Filed under: MOVIES

MOVIES
: The Truth Be Told, 2007
เรื่องจริงจากปากของคนจริง
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉายนานมากแล้ว แต่ผมขอยอมรับตามตรงว่า เพิ่งได้ดูเมื่อคืนนี้เอง
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการกำกับของ พิมพกา โตวิระ ผู้กำกับคืนไร้เงา
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีนางเอกชื่อดังทางหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ว่า สุภิญญา กลางณรงค์
เรื่องราวของสุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
หรือ คปส. ที่ถูกบริษัทชินคอร์ปฯ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าของคือใคร? ฟ้องร้อง
ค่าเสียหาย 400 ล้านบาทในคดีแพ่งรวมทั้งการจำคุก จากข้อหาหมิ่นประมาท
จากบทความ “เอ็นจีโอประจาน 5 ปีรัฐบาลไทย ชินคอร์ปรวย” ลงหนังสือพิมพ์ไทยโพสท์
ซึ่งเป็นต้นเหตุของการต่อสู้ทางอาญาที่ยาวนานกว่าสามปีเต็มของเธอ
บรรยากาศในการดูหนังของผมในคืนนี้นั้น เป็นบรรยากาศที่หนาวเหน็บ วังเวง
แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะดูหนังเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง (เพราะผมชอบนอนหลับเสมอ
เวลาดูภาพยนตร์สารคดี) ในที่สุดผมก็เอาชนะมันได้ หนังเรื่องนี้สนุกครับ
ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป หนังพาเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสุกัญญา
นั่งฟังครอบครัวพูดถึงเธอ ไปดูชีวิตประจำวันของเธอ รวมไปถึงไปนั่งฟังเธอ
ยืนไฮด์ปาร์คท่ามกลางประชาชนผู้ไม่เห็นด้วยกับระบอบทักษิณในนาม
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก่อนพาเราไปสู่ความตื่นเต้นเร้าใจหน้าห้องพิจารณาคดี โดยส่วนตัวชอบที่ตัวหนังไม่ได้ใช้จุดเด่นเพียงแค่ตัวตนของสุกัญญาเท่านั้น
หากแต่นำเอาชีวิตส่วนตัวของพ่อและแม่ของเธอเข้ามาเป็นตัวประกอบ
ในหนังได้อย่างไม่ขัดเขิน (ความจริงคุณพ่อของสุกัญญาน่าจะเขินพอตัว)
ดูชีวิตของเธอสลับไปมาระหว่างกรุงเทพฯกับสุราษฎร์ธานี ทำให้หนังดูไม่น่าเบื่อจนเกินไป
อีกฉากที่ชอบคือฉากที่สุกัญญาคุยกับหลานวัยมัธยมต้นเรื่องอนาคตของชีวิต
จากที่ตอนแรกอยากเป็นผู้สื่อข่าว แต่กลับเปลี่ยนความคิดอยากมาเป็นหมอ
ด้วยเหตุผลกลัวที่จะเป็นผู้สื่อข่าวเหมือนน้าสาวของตัวเองผู้ซึ่งกำลังต้องคดีอาญา
ท้ายบทสนทนา น้าสาวพูดลอย ๆ ว่า “กลัวอะไร เราไม่ได้ทำผิดนี่นา”
ประโยคง่าย ๆ แต่ก็ทำให้คนดูอย่างเราคิดได้เยอะพอตัว
ฉากจบของหนังที่ผมรู้สึกว่าทั้งง่ายและสวย จากห้องทำงานของสุกัญญา
ที่มหาวิทยาลัยมหิดล สู่สายลมรุนแรงที่พัดต้นไม้ใหญ่ให้พริ้วไหวแต่ไม่ยอมหักงอ
จากนั้นจึงตามด้วยเสียงปราศรัยของเธอ เสียงปราศรัยที่สรุปเรื่องราวทั้งหมดของหนัง
ไว้ได้เพียงไม่ถึงห้านาที เสียงปราศรัยที่ไร้ภาพผู้คนคอยตะโกนว่า “ทักษิณ…ออกไป”
กินใจผมได้ดีเยี่ยม และทำให้หนังเรื่องนี้จบสวยได้อย่างไร้ที่ติ
บางทีหนังหนึ่งเรื่องอาจไม่ได้นำมาซึ่งความเคลื่นไหวในสังคมแบบเรา ๆ มากมายนัก
แต่หนังสารคดีเรื่องนี้ กลับสร้างความมีตัวตนของสุกัญญาขึ้นมาในประชาธิปไตยแบบไทย ๆ
ที่กำลังจะถูกเผาทิ้งในไม่ช้าก็เร็ววัน รีบไปดูเถอะครับ ก่อนที่เราจะเจอรัฐประหารอีกครั้ง
รัฐประหารที่ญาติพี่น้องของสุกัญญา… อาจไม่ได้แค่ถอนหายใจ… แล้วบอกว่าดีแล้ว
INFORMATION
+ ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในโครงการ Director Screen ซึ่งที่ผ่านมา มีภาพยนตร์ที่ฉายไปแล้ว
1 เรื่อง คือ Wonderful Town โดย อาทิตย์ อัสสรัตน์
+ ภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง หนึ่งที่นั่ง ราคา 140 บาท
+ ฉายที่โรงภาพยนตร์ SF World Cinema โรงภาพยนตร์ที่ 10
+ ทำใจกับความน้อยนิดของคนดู เพราะเป็นธรรมดาของภาพยนตร์นอกกระแสหาดูยาก
+ อย่างที่บอกไว้ รีบไปดู ก่อนจะมีรัฐประหารอีกครั้งครับ
2 Comments so far
Leave a comment
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
สวัสดีพี่น้อง ย้ายมาอยู่นี่แล้วเหรอ
เขียนซะเราอยากดูเลย
Comment by มีมี่ June 16, 2008 @ 8:58 pmว่าแต่ป่านนี้แล้ว ไปดูที่ไหนเนี่ย
ภาวนาให้โปรเจคท์ director screen อยู่รอดปลอดภัย
Comment by เต๋อ June 18, 2008 @ 12:48 am