Filed under: BOOKS

BOOKS
: ต้นไม้ใต้โลก, ทรงกลด บางยี่ขัน
เปลี่ยนโลกได้ง่ายกว่าเปลี่ยนชุดนอน!




ปล.ขออภัยหนึ่งอย่างนะครับ คือเรื่องเพลง ความเชื่อ ของบอดี้แสลม
เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผมไม่สามารถเอามันลงได้เลยครับ ขออภัยจริง ๆ
ไว้ถ้าหาทางได้ จะเอามาลงเพิ่มเติมอีกทีนะครับ
———-
หนังสือบนโลกนี้มีสองประเภทครับ
ประเภทแรกคือ อ่านรู้เรื่อง อ่านยังไงก็เข้าใจ
ราวกับว่าคนเขียนมานั่งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังตาต่อตา ฟันต่อฟัน เธอกับฉัน เราเข้าใจ
ประเภทนี้มักจะมาในหมวดหมู่ของ Best Seller
ไม่ก็พวกที่มีโลโก้สีเงิน ๆ เป็นรูปหัวปากกาหมึกซึมประมาณ 10 หัว
แบหราอยู่หน้าปก เราเรียกพวกนี้ว่าพวกซีไรท์
นอกจากสองพวกข้างต้นนี้แล้ว ก็ยังมีอีกหลายพวก
ทั้งพวกเรื่องสั้น วรรณกรรม (มันเหมือนกันนี่หว่า?)
กวีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และอีกมากมายหลายนิพนธ์ละลานตา
ประเภทที่สองคือ อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ
มึงเล่าเรื่องอะไรของมึงเนี่ย
ไม่ก็พวกปรัชญามาก ๆ ทฤษฎีเหวอ ๆ เรื่อยไปจนถึงพวกที่มีแต่ตัวอักษร
…แล้วภาพมันหายไปไหนวะ?
(ความจริง วิทยานิพนธ์ น่าจะมาอยู่ในพวกนี้มากกว่า ไม่รู้จะอ่านยากไปไหน
มีแต่พวก รศ. ดร. ผช. กกต. สส. สว. เท่านั้นที่อ่านออก)
อ้อลืมพวกนี้ไปเสียสนิทผมขอพ่วง หนังสือธรรมมะ เข้าไปด้วย
ผมเป็นพุทธศาสนิกชนที่ขยาดการอ่านหนังสือธรรมมะอย่างยิ่งยวด
นอกจากสาระที่หาได้ยากแล้ว (เพราะมีแต่เรื่องที่อ่านแล้วพาลจะหลับ ไม่ทันได้จับสาระสักที)
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมกับหนังสือธรรมมะเป็นดั่งเส้นขนานที่ไม่มีทางหรอกที่ผมจะได้พลิกมัน
ก็คือผมไม่ชอบเข้าวัดเข้าวา ฟังเทศน์ฟังธรรม แต่ดันชอบทำบุญซะงั้น
ในเมื่อไม่ชอบฟังเทศน์ฟังธรรม พระไหนแม่ชีไหนก็เถอะ
อุบาสกอย่างเราคงได้แค่ดูหน้าปกแล้วเดินผ่านไปอย่างสงบเสงี่ยม
สมเป็นชาวพุทธที่ดีแต่ทำบุญไปวัน ๆ
เป็นแทบทุกครั้ง
ที่ต้องขอร่ำไรนอกเรื่องก่อนจะเข้าสู่ประเด็นที่อยากจะพูดถึงเสมอ
มันเป็นอะไรของมันวะ ชาตินี้ถ้ามันไม่ได้ระบายออกทางการพิมพ์
มันคงจุกอกตายคาคีย์บอร์ดแหง ๆ
ก็คงเพราะการร่ำไรอย่างไรเหตุผลของกระผมนี่แหละครับ
ที่ทำให้มีจดหมายเทียบเชิญมาช่วยทำสิ่งที่ผู้เชิญ
เรียกมันว่า “สัญญา” ที่ได้ข่าวว่ามี “พันธะ” รวมอยู่ด้วย
ให้เขียนถึงหนังสือของพี่ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเทเสียด้วย
หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า “ต้นไม้ใต้โลก” ครับ
———-
เดิมทีนั้นหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มเล็กขนาดเอห้า ที่แถมมากับนิตยสารอะเดย์
นิตยสารที่ได้ชื่อว่านอกจากเนื้อหาที่จะเท่ห์ เก๋ แนว แว้น ไปไหนแล้ว?
ของแถม ของนิตยสารเล่มนี้มักจะมีไอเดียดี ๆ ความคิดคม ๆ
มาให้เราเป็นการสมนาคุณเสมอ ๆ รวมทั้งหนังสือเล่มนี้ด้วย
หนังสือเล่มเล็กเล่มนี้ไม่มีอะไรมากครับ มีเนื้อหาประมาณสองสามย่อหน้าต่อเรื่อง
เล่าถึงคนที่นู่นที่นี่เค้าทำอะไรที่ทำให้โลกของเราสวยเก๋กิ๊บก๊าบขึ้นมาบ้าง
ตัวอย่างเช่น จู่ ๆ ชาวบ้านในชุมชนแห่งหนึ่งในประเทศนอร์เวย์
นึกครึ้มอกครึ้มใจหลังจากเอาโซฟามาปัดฝุ่นหน้าบ้าน
ออกไอเดียร่วมกันทำห้องนั่งเล่นบนถนน! พูดเป็นเล่นไป
เค้าทำถึงขั้นขออนุญาตกับทางการเพื่อขอทำห้องนั่งเล่นบนถนน
และทางการก็ใจดีอนุญาตเสียด้วย!!
หรือจะเป็นคนจำนวนหนึ่งที่เอาเวลาว่างมานั่งถักเสื้อไหมพรมให้เพนกวิน!
เพื่อช่วยเจ้านกน้อยพวกนี้จากคราบน้ำมันที่จะทำร้ายขนบาง ๆ น้อย ๆ
ของเหล่าเจ้านกเพนกวินวิลล่า
จากไอเดียเล็ก ๆ น่ารัก ในหนังสือเล่มบาง ๆ ที่น่ารักพอ ๆ กัน
มาสู่กระแสตื่นตัวเล็ก ๆ ถึงขั้นมีการพิมพ์เพิ่มเพื่อแจกจ่ายโรงเรียนต่าง ๆ
ให้นักเรียนวัยกระโปรงบานขาสั้นได้อ่านกันเป็นที่สนุกสนานบานตะไท
แล้วในที่สุด มันก็กลายมาเป็นหนังสือที่น่ารักน่าชังยิ่งกว่า
ในราคา 185 บาทที่มีชื่อว่า “ต้นไม้ใต้โลก”
เรื่องราวก็จะคล้าย ๆ กับในหนังสือเล่มเล็กที่ผมพูดถึงในตอนต้นนั่นแหละครับ
แต่เล่มนี้ดูมีคุณค่ามากขึ้นด้วยการจั่วหัว
“100 ความคิดค้น ๆ ของคนอยากเปลี่ยนโลก”
แค่อ่านปกก็อยากจะทะเยอทะยานทำอะไรช่วยโลกนี้กันสุดฤทธิ์
ต่อไปนี้คือรีวิวจริง ๆ ไม่ติงนังของหนังสือเล่มนี้ครับ
เริ่มต้นที่รูปเล่มกันก่อน หนังสือเล่มนี้พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา
ตั้งแต่หน้าหนึ่งยันหน้าสุดท้าย อ่านแล้วเพลิดเพลินตาเพลิดเพลินใจ
แต่…ช้าก่อน ลองเปิดไปทีละหน้า อย่างช้า ๆ…
คุณจะพบว่า เส้นสีเขียวที่คุณเห็นในทุก ๆ หน้า (จริง ๆ ไม่เชื่อเปิดดูได้)
นอกจากมันจะบิดปัดเกลียวหมุนซ้ายป้ายขวาเป็นรูปทรงต่าง ๆ
ตามเนื้อเรื่องในแต่ละหน้าแล้ว มันยังต่อเนื่องกันทั้งเล่มครับผม!!!
เอ่อ… สำหรับคนที่ช่างสังเกตหน่อย
ผมอนุญาตให้ตัดเครื่องหมายตกใจทิ้งไปได้เลยครับ
พลิกหน้าต่อไป มีคนว่าเอาไว้ หนังสือดี ต้องมีคนดัง ๆ เขียนคำนิยม
เล่มนี้ไม่ค่อยดังเท่าไหร่นะครับ เพราะคนที่เขียนคำนิยมให้ก็มีตั้งแต่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หนุ่มเมืองจันท์
เรื่อยไปจนถึง ทรงกลด บางยี่ขัน (อ้าว นี่มันคำนำนี่หว่า ขออภัย)
อืมมม หนังสือเล่มนี้ไม่ค่อยดังจริง ๆ (ฮา)
ลำดับถัดไป หนังสือดี ๆ เนื้อหาก็ต้องดีด้วย
(แหม… มีที่ไหนบ้างเนี่ย ที่หนังสือดี แต่เนื้อหาห่วยแตกมาก!)
เนื้อหาของต้นไม้ใต้โลกนั้น อ่านแล้วเพลิดเพลินเจริญใจดีแท้
เพราะ 100 เรื่องที่พี่ก้องคัดสรรมาให้ผู้อ่านได้อ่านนั้น
ล้วนเป็นโครตความคิดดี ๆ ของคนอย่างเปลี่ยนแปลงโลกจริง ๆ
มีที่ไหน… แก้ปัญหาพวกโปสเตอร์ที่แปะไม่ถูกที่ถูกทาง
ด้วยการเอาคำว่า Cancelled มาแปะทับซะเลย (โครตน่าทำในเมืองไทย)
มีที่ไหน… ให้นักวิจัยที่ทำวิจัยล้มเหลวส่งงายวิจัยชิ้นที่ล้มเหลวเข้ามา
เพื่อที่จะรวบรวมเอาไว้ให้นักวิจัยรุ่นใหม่ รู้ว่า
การวิจัยนั้น ๆ ทำไปแล้ว และล้มเหลวไปแล้วด้วย
มีที่ไหน… อีกมากมาย ที่เร้าใจให้คุณเข้าไปอ่านกันได้ในราคา 185 บาท
(น่านนน ขายของซะ)
จุดเด่นอีกจุดของหนังสือเล่มนี้ที่ผมชอบก็คือ
การเอา Quote หรือคำพูดเด่น ๆ เท่ห์ ๆ เก๋ ๆ แนว ๆ ของแต่ละบุคคลสำคัญ
ที่เกี่ยวของกับบทความนั้น ๆ มาแทรกใส่ซะเลย
อ่านแล้วก็สะอึกไปสองสามที เพราะข้อคิดดี ๆ มีอยู่ในนั้นเพียบ ตัวอย่างก็เช่น
“เราตัดสินคนตรงสิ่งที่เขาลงมือทำ ไม่ใช้สิ่งที่เขาอยากทำ” – - นิรนาม
“ เราไม่ได้ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเราเท่านั้น
เราต้องรับผิดชอบต่อการไม่ทำของเราด้วย” – - โมลิเยร์
“ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตก็คือ
การทำในสิ่งที่คนอื่นห้ามคุณทำ” – - วอลเตอร์ เบกฮอต
ฯลฯ
โดยรวมแล้วผมว่าหนังสือเล่มนี้ควรบรรจุในหนังสือ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน
เพราะผมโครตจะเชื่อขนมกินได้เลยว่า คนไทยร้อยทั้งร้อยที่อ่านหนังสือเล่มนี้
ต้องอ่านเข้าใจ และอ่านมันจบด้วย เพราะเมื่อคุณได้อ่านเรื่องแรกแล้ว
คุณจะรู้สึกว่า เรื่องต่อ ๆ ไป รังแต่จะน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด
คุณก็ต้องได้ไอเดียอย่างน้อยหนึ่งไอเดีย
เพื่อเอาไปเปลี่ยนแปลงโลกตามแบบของคุณบ้าง
———-
พี่ก้องเป็นคนน่ารักครับ ผมรู้จักพี่เค้าครั้งแรก (ทางหน้านิตยสาร)
ในฐานะของกลุ่ม หิน ถาม ทาง ตอนนั้นพี่ก้องยังดูเป็นหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่มีพลังมาก
อ่านกิจกรรมของกลุ่มนี้แล้วผมรู้สึกว่าอยากไปแม่งทุกทริป
จนในที่สุดผมก็ได้มีโอกาสติดตามพี่ก้องอีกครั้งในฐานะบรรณาธิการนิตยสารอะเดย์
ซึ่งเป็นประเพณีที่ถึงขั้นเขียนลงในหน้า Wake Up! (บทบรรณาธิการ)
ว่าบรรณาธิการอะเดย์จะเปลี่ยนทุก ๆ สองปี
ช่วงแรก ๆ ผมบอกตามตรงเลยครับ ว่าผมรอคอยบรรณาธิการคนใหม่ของอะเดย์มาก ๆ
เพราะอะเดย์ไม่ค่อยถูกใจผมเลยสักเดือน
จนมาช่วงที่กำลังจะครบสองปี ผมรู้สึกว่าพี่คนนี้เค้ามีดีอย่างคาดไม่ถึง
เหมือนนักมวยที่มัวแต่เอาศอกป้องตัวเองเอาไว้ แล้วปล่อยให้คู่ต่อสู้ฮุกไปก่อน
จนในยกสุดท้ายเค้าก็ขอลุยด้วยลีลาดุเด็ดเผ็ดมัน เล่นเอาโปรโมเตอร์ใจเต้นกันเป็นแถว ๆ
แล้วเค้าก็เป็นบรรณาธิการนิตยสารอะเดย์มาได้จวนจะครบสี่ปีแล้วครับ
พี่ชายคนนี้ยังคงมีพลังอยู่เต็มถัง กิจกรรมต่าง ๆ ที่อะเดย์จัดล้วนสร้างสรรค์สุดเท่ห์และเก๋ไก๋
นี่ยังไม่พูดถึงนิตยสารอะเดย์ที่ดังอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
ทุกเดือนต้องมีการพูดถึงนิตยสารเล่มนี้อย่างน้อยหนึ่งสื่อ อะไรจะขนาดนั้น
พี่ชายที่ชอบใส่เสื้อยืดที่มักมีความหมายโดยนัยเสมอ ๆ กับกางเกงยีนส์ รองเท้าคอนเวิร์สคนนี้
เค้าผ่านอะไรมามากกว่าที่ผมคิดครับ เมื่อตอนผมไปเป็นจูเนียร์อาร์ตไดเรกเตอร์ที่อะเดย์
ผมมีโอกาสพูดคุยกับพี่คนนี้เป็นการส่วนตัวถึงสองครั้งสองครา
ส่วนใหญ่หัวข้อจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบของตัวผมเอง ฟังสองครั้งก็ได้ข้อคิดดี ๆ สองครั้งครับ
ทุกครั้งที่มีการถกเถียงและพูดคุยกับพี่ชายคนนี้
ความสนุกของผมส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การฟังพี่ก้องพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แต่แฟงไปด้วยแง่คิดที่น่าสนใจตลอดเวลา
ความจริงผมควรจะเขียนถึงหนังสือ “ต้นไม้ใต้โลก” มากกว่านี้ตามที่สัญญาเอาไว้
แต่สำหรับผมแล้ว การได้ลองทำความรู้จักกับคนที่เขียนหนังสือ
ไม่ใช่แค่เล่มนี้ แต่หมายถึงเล่มอื่น ๆ ด้วยนั้น
นอกจากเราจะได้พบตัวตนที่น่าค้นหาของพวกเค้าเหล่านั้นแล้ว
เรายังได้พบกับมันสมองของพวกเค้าอีกด้วย
ซึ่งนี่แหละครับคือหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หนังสืออยู่ในประเภท “อ่านรู้เรื่อง”
เพราะหากเราไม่รู้จัก และยอมเข้าสู่โลกของผู้เขียนละก็ อ่านไปก็คงปวดตับตายครับ
ประโยคสุดท้ายที่ผมอยากบอกกับคนที่คิดจะอ่าน “ต้นไม้ใต้โลก” เล่มนี้ คือ
“พี่ก้องเป็นคนที่ยิ้มแล้วเหมือนแป๊ะยิ้มดีครับ (ฮา)”
INFORMATION
+ ต้นไม้ใต้โลก โดย ทรงกลด บางยี่ขัน
+ 224 หน้า ราคา 185 บาท
+ หนังสือจัดอยู่ในหมวดทั่วไป
+ แต่อยู่ในชุด Practical ลำดับที่ 001 ของสำนักพิมพ์ a book
+ ผลงานอื่น ๆ ของพี่ก้อง ทรงกลดบางยี่ขัน – นั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่งตะวันตก,
นายเท้าซ้าย เด็กชายเท้าขวา, สองเงาในเกาหลี, Wake up! (รวมบทบรรณาธิการนิตยสารอะเดย์
เขียนรวมกับ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ และวชิรา รุธิกนก) และล่าสุด หน่อไม้
เขียนร่วมกับ นิ้วกลม และ ทรงศีล ทิวสมบุญ
8 Comments so far
Leave a comment
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
แทนที่จะตัดเครื่องหมายตกใจออก ผมขอเติมลงอีก 3 ตัว
อ่านหนังสือจบหลายรอบ เขียนรีวิวถึงไป 7 หนแต่ไม่เคยสังเกตเห็นเลย
(บอกได้คำเดียวว่าผมเป็นที่ช่างไม่สังเกตเอาเสียเลย)
เรื่องเพลงนั้นไม่จำต้องลงครับ แค่ส่งมาให้ไว้เพื่อฟังปลุกใจเฉยๆ
(คนอื่นเขาเอานมหรือกาแฟ…แต่คุณเอาเลือดตกลงเป็นแวมไพร์ใช่ไหมครับ 555+)
เพิ่งจะได้ทราบเด๋วนี้เองว่า คุณคือ 1 ในทีมงานหนังสือ a day ด้วย
( a day เป็นนิตยสารที่ทำให้เมื่อ 3 ปีก่อนผมได้รู้ตัวเองว่า ความฝันของตัวเองคือการเขียน
แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ผมเขียนหนังสือห่วยๆ อย่างทุกวันนี้จะเป็นความผิดของ a day นะ 555+)
ผมรีวิวหนังสือมาได้ราว 7 เดือนแล้ว
ถึงปริมาณงานในบล็อกจะมีไม่มาก
แต่ในที่มีอยู่ผมก็ไม่เคยเขียนรีวิวถึงหนังสือที่ผมรู้จักกับคนเขียนมาก่อน
คงสนุกดีผมว่านะ ^^
สนุก…เหมือนที่ผมรู้สึกได้ว่าคุณสนุกกับการเขียนรีวิวนี้
ด้วยความที่คิดว่านักเขียนคงไม่เดินมากระทบไหล่เราง่ายๆ
ชาตินี้ผมคงเขียนถึงหนังสือต่อไป โดยไม่ได้พูดถึงตื้นลึกหนาบางของคนเขียนแบบเป็นการส่วนตัวแบบนี้
ผมสงสัยนิดๆ อยากจะถามว่าสำหรับคุณที่มีประสบการณ์
เวลาอ่านหรือเขียนถึงหนังสือที่คุณรู้จักคนเขียน…มันรู้สึกยังไงครับ
เวลาเราอ่านเราได้ยินเสียเขาลอยมาเลยไหม เราจะคิดคัดค้านในใจบ้างไหม
แบบว่า “อย่างพี่น่ะหรอจะมาพูดแบบนี้ ตัวจริงไม่เห็นเป็นอย่างที่เขียนเลย 555+”
หรือเราจะได้พบว่า นักเขียนบางคนปฏิบัติตัวด้วยความเชื่อเดียวกับที่เขาเขียน
แบ่งปันประสบการณืบ้างนะครับ ^^
ปล
Comment by ขอรบกนทั้งชุดนอน July 25, 2008 @ 8:46 pmขอบคุณสำหรับเวลาและรีวิวดีๆครับ
ขอบคุณที่เข้าร่วมโครงการที่ทั้งเล็กๆและทั้งไร้สาะโครงการนี้
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพตั้งแต่วันที่เรารู้จักกันและวันหลังจากนี้ไปครับ ^^
เขียนได้มันส์และยุกยิกดีอ่ะครับ
พี่ก้องแกเคยว่ามีคนโทรเข้ามาสั่ง ต้นไม้ใต้โลก เพื่อไปแจกในงานแซยิดด้วยนะเอ้อ อิอิ
ยินดีที่ได้รู้จักครับ
Comment by Leon~Z July 26, 2008 @ 5:16 pmตามคุณชุดนอนมาจาก bloggang ค่ะ
ยินดีที่ได้อ่านรีวิวของคุณนะคะ
และขอบคุณมากๆ สำหรับข้อสังเกตุเรื่องเส้นเขียวๆ ต่อกัน
อ่านไปสองรอบ ไม่ได้สังเกตุเห็นแม้แต่น้อย !!!
ประทับใจเรื่องเดียวกันเลยนะคะ
การติด Cancelled ไว้ที่แผ่นแปะโฆษณา ความคิดบรรเจิดจริงๆ
และก็การลงตีพิมพ์งานวิจัยที่ล้มเหลว เท่ห์มากๆ ค่ะ
การทำดีเพื่อโลก ไม่จำกัดเวลาและสถานที่จริงๆ นะคะ
Comment by BeCoffee July 27, 2008 @ 1:13 amมิตรภาพก็เช่นเดียวกัน
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
ยาวดีจริงๆท่าน
ผมว่า อ่านอย่างเดียว ยังไม่พอครับ จะให้ดีต้องร่วมกันลงมือทำด้วย
Comment by PeterBen July 27, 2008 @ 8:53 pmสวัสดีค่ะ
เขียนได้เร้าใจมากเลย
^^
และยังนึกภาพออกเลยที่ท่านก้องแต่งตัวแบบนั้นน่ะค่ะ
ขอแถมอีกแบบหนึ่ง ตอนท่านก้องพาทัวร์ต้นไม้ชายคลอง
ท่านก้องสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีดำ รองเท้าแตะหนีบสีดำ และย่ามหนึ่งใบ
แนวไหมล่ะท่าน ^^
Comment by pattararanee July 28, 2008 @ 5:22 pmเบนซ์ โห เขียนชมกันขนาดนี้
ประหนึ่ง advertorial
ช่างสังเกตสมเป็นกราฟิกดีไซเนอร์นะน้อง
ต้อง a day เปลี่ยนฟอน์ต์พื้นนั่นก็ทีนึง
ขอทำนายว่า อนาคตในวงการนี้คงไปได้ไกลแน่ๆ ฮ่าๆๆ
แต่ประโยคสุดท้ายเนี่ย มันเกี่ยวกับหนังสือตรงไหนหว่า
Comment by ทรงกลด July 28, 2008 @ 8:56 pmพี่ว่าไม่เหมือนแป๊ะยิ้มนะ
แค่ประมาณ ตี๋ยิ้มเท่านั้น |)
ยังอ่านเล่มนี้ไม่จบเลย
Comment by jiranarong July 31, 2008 @ 12:12 amโดนหน่อไม้แซงชิงจบไปก่อนซะแล้ว
เดี๋ยวกลับไปอ่านอีกทีละกัน
55
เหมือนกันกับพี่หนูหมีเลย …
Comment by มาย August 6, 2008 @ 1:33 pmเหลืออีกประมาณ 20 หน้า ไม่รวมแอบอ้างอิง
จุ๊ๆๆ เดี๋ยวพี่ก้องได้ยิน ฮ่าๆๆ