“|hEYbO!bZays:|”


BOOKS: ต้นไม้ใต้โลก, ทรงกลด บางยี่ขัน
July 25, 2008, 7:31 pm
Filed under: BOOKS

Photobucket

BOOKS
: ต้นไม้ใต้โลก, ทรงกลด บางยี่ขัน
เปลี่ยนโลกได้ง่ายกว่าเปลี่ยนชุดนอน!

PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket
ปล.ขออภัยหนึ่งอย่างนะครับ คือเรื่องเพลง ความเชื่อ ของบอดี้แสลม
เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผมไม่สามารถเอามันลงได้เลยครับ ขออภัยจริง ๆ
ไว้ถ้าหาทางได้ จะเอามาลงเพิ่มเติมอีกทีนะครับ

———-

หนังสือบนโลกนี้มีสองประเภทครับ

ประเภทแรกคือ อ่านรู้เรื่อง อ่านยังไงก็เข้าใจ
ราวกับว่าคนเขียนมานั่งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังตาต่อตา ฟันต่อฟัน เธอกับฉัน เราเข้าใจ
ประเภทนี้มักจะมาในหมวดหมู่ของ Best Seller
ไม่ก็พวกที่มีโลโก้สีเงิน ๆ เป็นรูปหัวปากกาหมึกซึมประมาณ 10 หัว
แบหราอยู่หน้าปก เราเรียกพวกนี้ว่าพวกซีไรท์
นอกจากสองพวกข้างต้นนี้แล้ว ก็ยังมีอีกหลายพวก
ทั้งพวกเรื่องสั้น วรรณกรรม (มันเหมือนกันนี่หว่า?)
กวีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และอีกมากมายหลายนิพนธ์ละลานตา

ประเภทที่สองคือ อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ
มึงเล่าเรื่องอะไรของมึงเนี่ย
ไม่ก็พวกปรัชญามาก ๆ ทฤษฎีเหวอ ๆ เรื่อยไปจนถึงพวกที่มีแต่ตัวอักษร
…แล้วภาพมันหายไปไหนวะ?
(ความจริง วิทยานิพนธ์ น่าจะมาอยู่ในพวกนี้มากกว่า ไม่รู้จะอ่านยากไปไหน
มีแต่พวก รศ. ดร. ผช. กกต. สส. สว. เท่านั้นที่อ่านออก)
อ้อลืมพวกนี้ไปเสียสนิทผมขอพ่วง หนังสือธรรมมะ เข้าไปด้วย
ผมเป็นพุทธศาสนิกชนที่ขยาดการอ่านหนังสือธรรมมะอย่างยิ่งยวด
นอกจากสาระที่หาได้ยากแล้ว (เพราะมีแต่เรื่องที่อ่านแล้วพาลจะหลับ ไม่ทันได้จับสาระสักที)
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมกับหนังสือธรรมมะเป็นดั่งเส้นขนานที่ไม่มีทางหรอกที่ผมจะได้พลิกมัน
ก็คือผมไม่ชอบเข้าวัดเข้าวา ฟังเทศน์ฟังธรรม แต่ดันชอบทำบุญซะงั้น
ในเมื่อไม่ชอบฟังเทศน์ฟังธรรม พระไหนแม่ชีไหนก็เถอะ
อุบาสกอย่างเราคงได้แค่ดูหน้าปกแล้วเดินผ่านไปอย่างสงบเสงี่ยม
สมเป็นชาวพุทธที่ดีแต่ทำบุญไปวัน ๆ

เป็นแทบทุกครั้ง
ที่ต้องขอร่ำไรนอกเรื่องก่อนจะเข้าสู่ประเด็นที่อยากจะพูดถึงเสมอ
มันเป็นอะไรของมันวะ ชาตินี้ถ้ามันไม่ได้ระบายออกทางการพิมพ์
มันคงจุกอกตายคาคีย์บอร์ดแหง ๆ

ก็คงเพราะการร่ำไรอย่างไรเหตุผลของกระผมนี่แหละครับ
ที่ทำให้มีจดหมายเทียบเชิญมาช่วยทำสิ่งที่ผู้เชิญ
เรียกมันว่า “สัญญา” ที่ได้ข่าวว่ามี “พันธะ” รวมอยู่ด้วย
ให้เขียนถึงหนังสือของพี่ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเทเสียด้วย
หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า “ต้นไม้ใต้โลก” ครับ

———-

เดิมทีนั้นหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มเล็กขนาดเอห้า ที่แถมมากับนิตยสารอะเดย์
นิตยสารที่ได้ชื่อว่านอกจากเนื้อหาที่จะเท่ห์ เก๋ แนว แว้น ไปไหนแล้ว?
ของแถม ของนิตยสารเล่มนี้มักจะมีไอเดียดี ๆ ความคิดคม ๆ
มาให้เราเป็นการสมนาคุณเสมอ ๆ รวมทั้งหนังสือเล่มนี้ด้วย

หนังสือเล่มเล็กเล่มนี้ไม่มีอะไรมากครับ มีเนื้อหาประมาณสองสามย่อหน้าต่อเรื่อง
เล่าถึงคนที่นู่นที่นี่เค้าทำอะไรที่ทำให้โลกของเราสวยเก๋กิ๊บก๊าบขึ้นมาบ้าง
ตัวอย่างเช่น จู่ ๆ ชาวบ้านในชุมชนแห่งหนึ่งในประเทศนอร์เวย์
นึกครึ้มอกครึ้มใจหลังจากเอาโซฟามาปัดฝุ่นหน้าบ้าน
ออกไอเดียร่วมกันทำห้องนั่งเล่นบนถนน! พูดเป็นเล่นไป
เค้าทำถึงขั้นขออนุญาตกับทางการเพื่อขอทำห้องนั่งเล่นบนถนน
และทางการก็ใจดีอนุญาตเสียด้วย!!

หรือจะเป็นคนจำนวนหนึ่งที่เอาเวลาว่างมานั่งถักเสื้อไหมพรมให้เพนกวิน!
เพื่อช่วยเจ้านกน้อยพวกนี้จากคราบน้ำมันที่จะทำร้ายขนบาง ๆ น้อย ๆ
ของเหล่าเจ้านกเพนกวินวิลล่า

จากไอเดียเล็ก ๆ น่ารัก ในหนังสือเล่มบาง ๆ ที่น่ารักพอ ๆ กัน
มาสู่กระแสตื่นตัวเล็ก ๆ ถึงขั้นมีการพิมพ์เพิ่มเพื่อแจกจ่ายโรงเรียนต่าง ๆ
ให้นักเรียนวัยกระโปรงบานขาสั้นได้อ่านกันเป็นที่สนุกสนานบานตะไท
แล้วในที่สุด มันก็กลายมาเป็นหนังสือที่น่ารักน่าชังยิ่งกว่า
ในราคา 185 บาทที่มีชื่อว่า “ต้นไม้ใต้โลก”

เรื่องราวก็จะคล้าย ๆ กับในหนังสือเล่มเล็กที่ผมพูดถึงในตอนต้นนั่นแหละครับ
แต่เล่มนี้ดูมีคุณค่ามากขึ้นด้วยการจั่วหัว
“100 ความคิดค้น ๆ ของคนอยากเปลี่ยนโลก”
แค่อ่านปกก็อยากจะทะเยอทะยานทำอะไรช่วยโลกนี้กันสุดฤทธิ์
ต่อไปนี้คือรีวิวจริง ๆ ไม่ติงนังของหนังสือเล่มนี้ครับ

เริ่มต้นที่รูปเล่มกันก่อน หนังสือเล่มนี้พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา
ตั้งแต่หน้าหนึ่งยันหน้าสุดท้าย อ่านแล้วเพลิดเพลินตาเพลิดเพลินใจ
แต่…ช้าก่อน ลองเปิดไปทีละหน้า อย่างช้า ๆ…
คุณจะพบว่า เส้นสีเขียวที่คุณเห็นในทุก ๆ หน้า (จริง ๆ ไม่เชื่อเปิดดูได้)
นอกจากมันจะบิดปัดเกลียวหมุนซ้ายป้ายขวาเป็นรูปทรงต่าง ๆ
ตามเนื้อเรื่องในแต่ละหน้าแล้ว มันยังต่อเนื่องกันทั้งเล่มครับผม!!!

เอ่อ… สำหรับคนที่ช่างสังเกตหน่อย
ผมอนุญาตให้ตัดเครื่องหมายตกใจทิ้งไปได้เลยครับ

พลิกหน้าต่อไป มีคนว่าเอาไว้ หนังสือดี ต้องมีคนดัง ๆ เขียนคำนิยม
เล่มนี้ไม่ค่อยดังเท่าไหร่นะครับ เพราะคนที่เขียนคำนิยมให้ก็มีตั้งแต่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หนุ่มเมืองจันท์
เรื่อยไปจนถึง ทรงกลด บางยี่ขัน (อ้าว นี่มันคำนำนี่หว่า ขออภัย)
อืมมม หนังสือเล่มนี้ไม่ค่อยดังจริง ๆ (ฮา)

ลำดับถัดไป หนังสือดี ๆ เนื้อหาก็ต้องดีด้วย
(แหม… มีที่ไหนบ้างเนี่ย ที่หนังสือดี แต่เนื้อหาห่วยแตกมาก!)
เนื้อหาของต้นไม้ใต้โลกนั้น อ่านแล้วเพลิดเพลินเจริญใจดีแท้
เพราะ 100 เรื่องที่พี่ก้องคัดสรรมาให้ผู้อ่านได้อ่านนั้น
ล้วนเป็นโครตความคิดดี ๆ ของคนอย่างเปลี่ยนแปลงโลกจริง ๆ

มีที่ไหน… แก้ปัญหาพวกโปสเตอร์ที่แปะไม่ถูกที่ถูกทาง
ด้วยการเอาคำว่า Cancelled มาแปะทับซะเลย (โครตน่าทำในเมืองไทย)

มีที่ไหน… ให้นักวิจัยที่ทำวิจัยล้มเหลวส่งงายวิจัยชิ้นที่ล้มเหลวเข้ามา
เพื่อที่จะรวบรวมเอาไว้ให้นักวิจัยรุ่นใหม่ รู้ว่า
การวิจัยนั้น ๆ ทำไปแล้ว และล้มเหลวไปแล้วด้วย

มีที่ไหน… อีกมากมาย ที่เร้าใจให้คุณเข้าไปอ่านกันได้ในราคา 185 บาท
(น่านนน ขายของซะ)

จุดเด่นอีกจุดของหนังสือเล่มนี้ที่ผมชอบก็คือ
การเอา Quote หรือคำพูดเด่น ๆ เท่ห์ ๆ เก๋ ๆ แนว ๆ ของแต่ละบุคคลสำคัญ
ที่เกี่ยวของกับบทความนั้น ๆ มาแทรกใส่ซะเลย
อ่านแล้วก็สะอึกไปสองสามที เพราะข้อคิดดี ๆ มีอยู่ในนั้นเพียบ ตัวอย่างก็เช่น

“เราตัดสินคนตรงสิ่งที่เขาลงมือทำ ไม่ใช้สิ่งที่เขาอยากทำ” – - นิรนาม

“ เราไม่ได้ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเราเท่านั้น
เราต้องรับผิดชอบต่อการไม่ทำของเราด้วย” – - โมลิเยร์

“ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตก็คือ
การทำในสิ่งที่คนอื่นห้ามคุณทำ” – - วอลเตอร์ เบกฮอต

ฯลฯ

โดยรวมแล้วผมว่าหนังสือเล่มนี้ควรบรรจุในหนังสือ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน
เพราะผมโครตจะเชื่อขนมกินได้เลยว่า คนไทยร้อยทั้งร้อยที่อ่านหนังสือเล่มนี้
ต้องอ่านเข้าใจ และอ่านมันจบด้วย เพราะเมื่อคุณได้อ่านเรื่องแรกแล้ว
คุณจะรู้สึกว่า เรื่องต่อ ๆ ไป รังแต่จะน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด
คุณก็ต้องได้ไอเดียอย่างน้อยหนึ่งไอเดีย
เพื่อเอาไปเปลี่ยนแปลงโลกตามแบบของคุณบ้าง

———-

พี่ก้องเป็นคนน่ารักครับ ผมรู้จักพี่เค้าครั้งแรก (ทางหน้านิตยสาร)
ในฐานะของกลุ่ม หิน ถาม ทาง ตอนนั้นพี่ก้องยังดูเป็นหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่มีพลังมาก
อ่านกิจกรรมของกลุ่มนี้แล้วผมรู้สึกว่าอยากไปแม่งทุกทริป
จนในที่สุดผมก็ได้มีโอกาสติดตามพี่ก้องอีกครั้งในฐานะบรรณาธิการนิตยสารอะเดย์
ซึ่งเป็นประเพณีที่ถึงขั้นเขียนลงในหน้า Wake Up! (บทบรรณาธิการ)
ว่าบรรณาธิการอะเดย์จะเปลี่ยนทุก ๆ สองปี
ช่วงแรก ๆ ผมบอกตามตรงเลยครับ ว่าผมรอคอยบรรณาธิการคนใหม่ของอะเดย์มาก ๆ
เพราะอะเดย์ไม่ค่อยถูกใจผมเลยสักเดือน

จนมาช่วงที่กำลังจะครบสองปี ผมรู้สึกว่าพี่คนนี้เค้ามีดีอย่างคาดไม่ถึง
เหมือนนักมวยที่มัวแต่เอาศอกป้องตัวเองเอาไว้ แล้วปล่อยให้คู่ต่อสู้ฮุกไปก่อน
จนในยกสุดท้ายเค้าก็ขอลุยด้วยลีลาดุเด็ดเผ็ดมัน เล่นเอาโปรโมเตอร์ใจเต้นกันเป็นแถว ๆ
แล้วเค้าก็เป็นบรรณาธิการนิตยสารอะเดย์มาได้จวนจะครบสี่ปีแล้วครับ
พี่ชายคนนี้ยังคงมีพลังอยู่เต็มถัง กิจกรรมต่าง ๆ ที่อะเดย์จัดล้วนสร้างสรรค์สุดเท่ห์และเก๋ไก๋
นี่ยังไม่พูดถึงนิตยสารอะเดย์ที่ดังอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
ทุกเดือนต้องมีการพูดถึงนิตยสารเล่มนี้อย่างน้อยหนึ่งสื่อ อะไรจะขนาดนั้น

พี่ชายที่ชอบใส่เสื้อยืดที่มักมีความหมายโดยนัยเสมอ ๆ กับกางเกงยีนส์ รองเท้าคอนเวิร์สคนนี้
เค้าผ่านอะไรมามากกว่าที่ผมคิดครับ เมื่อตอนผมไปเป็นจูเนียร์อาร์ตไดเรกเตอร์ที่อะเดย์
ผมมีโอกาสพูดคุยกับพี่คนนี้เป็นการส่วนตัวถึงสองครั้งสองครา
ส่วนใหญ่หัวข้อจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบของตัวผมเอง ฟังสองครั้งก็ได้ข้อคิดดี ๆ สองครั้งครับ

ทุกครั้งที่มีการถกเถียงและพูดคุยกับพี่ชายคนนี้
ความสนุกของผมส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การฟังพี่ก้องพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แต่แฟงไปด้วยแง่คิดที่น่าสนใจตลอดเวลา

ความจริงผมควรจะเขียนถึงหนังสือ “ต้นไม้ใต้โลก” มากกว่านี้ตามที่สัญญาเอาไว้
แต่สำหรับผมแล้ว การได้ลองทำความรู้จักกับคนที่เขียนหนังสือ
ไม่ใช่แค่เล่มนี้ แต่หมายถึงเล่มอื่น ๆ ด้วยนั้น
นอกจากเราจะได้พบตัวตนที่น่าค้นหาของพวกเค้าเหล่านั้นแล้ว
เรายังได้พบกับมันสมองของพวกเค้าอีกด้วย

ซึ่งนี่แหละครับคือหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หนังสืออยู่ในประเภท “อ่านรู้เรื่อง”
เพราะหากเราไม่รู้จัก และยอมเข้าสู่โลกของผู้เขียนละก็ อ่านไปก็คงปวดตับตายครับ

ประโยคสุดท้ายที่ผมอยากบอกกับคนที่คิดจะอ่าน “ต้นไม้ใต้โลก” เล่มนี้ คือ
“พี่ก้องเป็นคนที่ยิ้มแล้วเหมือนแป๊ะยิ้มดีครับ (ฮา)”

INFORMATION
+ ต้นไม้ใต้โลก โดย ทรงกลด บางยี่ขัน
+ 224 หน้า ราคา 185 บาท
+ หนังสือจัดอยู่ในหมวดทั่วไป
+ แต่อยู่ในชุด Practical ลำดับที่ 001 ของสำนักพิมพ์ a book
+ ผลงานอื่น ๆ ของพี่ก้อง ทรงกลดบางยี่ขัน – นั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่งตะวันตก,
นายเท้าซ้าย เด็กชายเท้าขวา, สองเงาในเกาหลี, Wake up! (รวมบทบรรณาธิการนิตยสารอะเดย์
เขียนรวมกับ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ และวชิรา รุธิกนก)
 และล่าสุด หน่อไม้
เขียนร่วมกับ นิ้วกลม และ ทรงศีล ทิวสมบุญ


8 Comments so far
Leave a comment

แทนที่จะตัดเครื่องหมายตกใจออก ผมขอเติมลงอีก 3 ตัว
อ่านหนังสือจบหลายรอบ เขียนรีวิวถึงไป 7 หนแต่ไม่เคยสังเกตเห็นเลย
(บอกได้คำเดียวว่าผมเป็นที่ช่างไม่สังเกตเอาเสียเลย)

เรื่องเพลงนั้นไม่จำต้องลงครับ แค่ส่งมาให้ไว้เพื่อฟังปลุกใจเฉยๆ
(คนอื่นเขาเอานมหรือกาแฟ…แต่คุณเอาเลือดตกลงเป็นแวมไพร์ใช่ไหมครับ 555+)

เพิ่งจะได้ทราบเด๋วนี้เองว่า คุณคือ 1 ในทีมงานหนังสือ a day ด้วย
( a day เป็นนิตยสารที่ทำให้เมื่อ 3 ปีก่อนผมได้รู้ตัวเองว่า ความฝันของตัวเองคือการเขียน
แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ผมเขียนหนังสือห่วยๆ อย่างทุกวันนี้จะเป็นความผิดของ a day นะ 555+)

ผมรีวิวหนังสือมาได้ราว 7 เดือนแล้ว
ถึงปริมาณงานในบล็อกจะมีไม่มาก
แต่ในที่มีอยู่ผมก็ไม่เคยเขียนรีวิวถึงหนังสือที่ผมรู้จักกับคนเขียนมาก่อน

คงสนุกดีผมว่านะ ^^
สนุก…เหมือนที่ผมรู้สึกได้ว่าคุณสนุกกับการเขียนรีวิวนี้

ด้วยความที่คิดว่านักเขียนคงไม่เดินมากระทบไหล่เราง่ายๆ
ชาตินี้ผมคงเขียนถึงหนังสือต่อไป โดยไม่ได้พูดถึงตื้นลึกหนาบางของคนเขียนแบบเป็นการส่วนตัวแบบนี้
ผมสงสัยนิดๆ อยากจะถามว่าสำหรับคุณที่มีประสบการณ์

เวลาอ่านหรือเขียนถึงหนังสือที่คุณรู้จักคนเขียน…มันรู้สึกยังไงครับ
เวลาเราอ่านเราได้ยินเสียเขาลอยมาเลยไหม เราจะคิดคัดค้านในใจบ้างไหม
แบบว่า “อย่างพี่น่ะหรอจะมาพูดแบบนี้ ตัวจริงไม่เห็นเป็นอย่างที่เขียนเลย 555+”
หรือเราจะได้พบว่า นักเขียนบางคนปฏิบัติตัวด้วยความเชื่อเดียวกับที่เขาเขียน

แบ่งปันประสบการณืบ้างนะครับ ^^

ปล
ขอบคุณสำหรับเวลาและรีวิวดีๆครับ
ขอบคุณที่เข้าร่วมโครงการที่ทั้งเล็กๆและทั้งไร้สาะโครงการนี้
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพตั้งแต่วันที่เรารู้จักกันและวันหลังจากนี้ไปครับ ^^

Comment by ขอรบกนทั้งชุดนอน

เขียนได้มันส์และยุกยิกดีอ่ะครับ

พี่ก้องแกเคยว่ามีคนโทรเข้ามาสั่ง ต้นไม้ใต้โลก เพื่อไปแจกในงานแซยิดด้วยนะเอ้อ อิอิ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

Comment by Leon~Z

ตามคุณชุดนอนมาจาก bloggang ค่ะ

ยินดีที่ได้อ่านรีวิวของคุณนะคะ
และขอบคุณมากๆ สำหรับข้อสังเกตุเรื่องเส้นเขียวๆ ต่อกัน
อ่านไปสองรอบ ไม่ได้สังเกตุเห็นแม้แต่น้อย !!!

ประทับใจเรื่องเดียวกันเลยนะคะ
การติด Cancelled ไว้ที่แผ่นแปะโฆษณา ความคิดบรรเจิดจริงๆ
และก็การลงตีพิมพ์งานวิจัยที่ล้มเหลว เท่ห์มากๆ ค่ะ

การทำดีเพื่อโลก ไม่จำกัดเวลาและสถานที่จริงๆ นะคะ
มิตรภาพก็เช่นเดียวกัน
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

Comment by BeCoffee

ยาวดีจริงๆท่าน

ผมว่า อ่านอย่างเดียว ยังไม่พอครับ จะให้ดีต้องร่วมกันลงมือทำด้วย

Comment by PeterBen

สวัสดีค่ะ

เขียนได้เร้าใจมากเลย

^^

และยังนึกภาพออกเลยที่ท่านก้องแต่งตัวแบบนั้นน่ะค่ะ

ขอแถมอีกแบบหนึ่ง ตอนท่านก้องพาทัวร์ต้นไม้ชายคลอง
ท่านก้องสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีดำ รองเท้าแตะหนีบสีดำ และย่ามหนึ่งใบ

แนวไหมล่ะท่าน ^^

Comment by pattararanee

เบนซ์ โห เขียนชมกันขนาดนี้
ประหนึ่ง advertorial
ช่างสังเกตสมเป็นกราฟิกดีไซเนอร์นะน้อง
ต้อง a day เปลี่ยนฟอน์ต์พื้นนั่นก็ทีนึง
ขอทำนายว่า อนาคตในวงการนี้คงไปได้ไกลแน่ๆ ฮ่าๆๆ

แต่ประโยคสุดท้ายเนี่ย มันเกี่ยวกับหนังสือตรงไหนหว่า
พี่ว่าไม่เหมือนแป๊ะยิ้มนะ
แค่ประมาณ ตี๋ยิ้มเท่านั้น |)

Comment by ทรงกลด

ยังอ่านเล่มนี้ไม่จบเลย
โดนหน่อไม้แซงชิงจบไปก่อนซะแล้ว
เดี๋ยวกลับไปอ่านอีกทีละกัน
55

Comment by jiranarong

เหมือนกันกับพี่หนูหมีเลย …
เหลืออีกประมาณ 20 หน้า ไม่รวมแอบอ้างอิง
จุ๊ๆๆ เดี๋ยวพี่ก้องได้ยิน ฮ่าๆๆ

Comment by มาย




Leave a comment
Line and paragraph breaks automatic, e-mail address never displayed, HTML allowed: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>