“|hEYbO!bZays:|”


YOUTUBES: MAD ABOUT ENGLISH!; TRAILER, 2008
August 19, 2008, 3:12 am
Filed under: MOVIES, YOUTUBES

Youtubes:
– Title: MAD ABOUT ENGLISH!
– Type: Movie Trailer
– Year: 2008

หนังจีนกำลังภายในแห่งปี!

ว่าจะพูดถึงสื่ออื่น ๆ บ้าง แต่อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะพูดถึงวิดีโอยูทูปตัวนี้

มันคือภาพยนตร์สารคดีที่น่าจะเรื่องเยี่ยมที่สุดแห่งปีนี้ก็ว่าได้
เพราะมันกำลังพูดถึงเมืองที่ถูกจับตามองมากที่สุดแห่งปี 2008 นี้
เมืองนั้นก็คือ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน แต่จะว่าไปตัวหนังไม่ได้พูดถึงเมืองซะหน่อย
เพราะเค้ากำลังพูดถึงประชากรนับล้าน (หรืออาจจะนับสิบล้าน)
ของเมืองหลวงแห่งการเปลี่ยนแปลงเมืองนี้มากกว่า

ภาพยนตร์เรื่องนี้หยิบยกประเด็นของการที่คนทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่
ต่างกระตือรือร้นที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะหลั่งไหลเข้ามายังที่นี่
ด้วยการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะพูดคุยกับนักท่องเที่ยวได้อย่างไม่เคอะเขิน
และด้วยความที่ไม่เคอะเขินนี่แหละ ที่ทำให้เป็นที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้
ภาพม๊อบพันธมิตรเวอร์ชั่นจีนที่พูดประโยค
‘I can’t stand, My poor English’
‘I want to change my life!’
แล้วก็มีคนพูดตามเป็นแสนเป็นล้าน เป็นภาพที่น่ากลัวอย่างยิ่งยวด
น่ากลัวที่กระแสรักชาติของชนชาวจีนช่างมาแรงยิ่งนัก
ใครจะรู้ว่าคอมมิวนิสท์ดี ๆ (หรือแย่มาก ๆ ในสายตาหลาย ๆ คน)
จะส่งผลต่อคนเกือบพันล้านคนทั่วประเทศได้ถึงเพียงนี้

ภาษาอังกฤษ ไม่ได้เป็นภาษาที่กระแดะและทำให้ผู้พูดเคอะเขินทุกครั้งที่พูดแต่อย่างใด
หากมันคือตัวกลางที่มีไว้เพื่อเชื่อมโยงโลกตะวันออกและตะวันตก
ให้มาบรรจบพบกันได้โดยง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

เวลาที่คนไทยพูดอังกฤษใส่ฝรั่งสักคน เรามักจะมีอารมณ์ทั้งอิจฉา และหมั่นไส้ควบคู่กัน
อิจฉาที่เค้าสามารถเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีเยี่ยม
แต่ก็หมั่นไส้ที่ “เจ้าบ้านที่ดี” คนนี้แหละ ทำเป็นพูดกับฝรั่งเพื่อให้ตัวเองเท่ห์ขึ้นสามเท่า

แต่ในประเทศที่มีกำแพงยาวที่สุดในโลกอย่างเมืองจีน
การพูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากที่จะพูดได้มาก ๆ ถึงขั้น Mad อย่างหนังว่า
แต่การพูดอังกฤษได้ยังคงความน่าอิจฉาในตัวผู้พูดเองไว้เสมอไม่เปลี่ยนแปลง

หนังเรื่องนี้เพียงหยิบยกประเด็นที่เกิดขึ้น และกลายเป็นกระแสหลักในจีน
พร้อมกับตั้งคำถามกับเราว่า เราควรจะพูดอังกฤษให้เป็น
หรือฝรั่งควรจะพูดจีนให้เป็นกันแน่?

ในเมื่อ “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม” เป็นสำนวนที่เจ้าถิ่นเท่านั้นที่เข้าใจ
แล้วจะมีเหตุผลอะไร ที่คนจีนและคนชาติอื่น ๆ ไม่จำเป็นที่จะต้อง speak English

ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมีสองประเด็นให้ได้ลองนึกคิดกัน
ประเด็นแรกคือบรรทัดก่อนหน้านี้ ส่วนอีกประเด็นก็คือ
เหตุผลกลใดกัน ที่ทำให้ทุกคนในจีน รวมพลังกันมากขนาดนี้
เพียงเพื่อจะพูดภาษาอังกฤษให้ได้ แต่ภาษาท้องถิ่นที่มีมากกว่า 50 ภาษา
แค่เพียงในเขตประเทศจีน กลับมีคนพูดได้ไม่ถึง 100 คนด้วยซ้ำไป

Advertisements


YOUTUBES: Selfish Jean; Travis, 2007
August 4, 2008, 3:38 am
Filed under: YOUTUBES

YOUTUBES:
– Song: Selfish Jean
– Artist: Travis
– Year: 2007

เฮ้ย…เจ๋งว่ะ!

มันคือนิยามทั้งหมดของเอ็มวีนี้ครับ
ทราวิสทำเพลงออกมาได้เจ๋งมาก
เพลงมันลัลล้าไปไหน ไม่รู้
แต่ที่รู้ เพลงมันเท่ห์อะ ฮัมติดปากได้ในฮุกแรก
“อ๊าหหหหหหห์ เซลฟิช จีนนน…”

ตัวเอ็มวีมันจะเท่ห์ไปไหน เพราะมันเล่นลองช๊อต
กดเรคคอร์ดครั้งเดียวพอ จบ
มุขการเล่นก็ดูจะเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
แต่ช่างมันเถอะ ถึงจะลอกเค้ามา แต่ถ้ามันเจ๋งกว่าหนูยอมค่ะพี่

แต่จะว่าไป อีตานี่ ดูไปดูมา
หน้าเหมือนอีตานักร้องนำวง Simple Plan ชะมัด

สำหรับเอ็มวี ไม่อยากเขียนให้วุ่นวายมาความ
เหตุผลโครตจะง่าย ก็เพราะตัวเอ็มวีมันทำหน้าที่ของมัน
ได้อย่างหมดจดยิ่งกว่าเอาซันไลท์สามขวดมาล้างจานหนึ่งใบ

ดูเอ็มวีอย่างชิลล์ ๆ แล้วจะรู้ว่า
“เฮ้ย… เจ๋งว่ะ!”



YOUTUBES: 2 Become 1; Spice Girls, 1996
August 4, 2008, 3:20 am
Filed under: YOUTUBES

YOUTUBES:
– Song: 2 Become 1
– Artist: Spice Girls
– Year: 1996

สี่สาวเจ้าพาเที่ยวบิ๊กแอปเปิ้ล

ยังไม่หมดยูทูปง่าย ๆ หรอก ฮ่า ๆๆๆ
เพราะแค่ใน Favorite ก็ปาไป 300 กว่าวิดีโอแล้วแหละ

เอ็มวีนี้เป็นของสี่สาวสดใสใจใหญ่อกตู้มนามว่า Spice Girls
ผลผลิตของวงเกิร์ลแบนด์นี้ล้วนแล้วแต่เจ๋ง ๆ ทั้งนั้น
ตั้งแต่ Melanie C, Mel B, Victoria Beckham,
Emma Bulton, อีกคนนี้ใครนะ ข้าเจ้าลืม ขออภัย
แต่เอาเป็นว่าทั้งห้าคน พอแยกออกมาร้องเดี่ยวบ้าง
ทุกคนก็ดังได้ไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว

มาดูที่ตัวเพลงกันก่อน เพลงนี้ขึ้นมาก็รู้เลยในทันทีว่าต้องซึ้งแน่ ๆ
จากนั้นจึกเริ่มด้วยการพรรณนาเรื่องราวความรักที่แสนหวานแหวว
ฟังแล้วจิ๊กกะดิ๊วไปตาม ๆ กัน ก่อนเข้าท่อนฮุกที่สองเราจะเป็นหนึ่งเดียว
หูยยย… ฟังแล้วขออนุญาตไปอ้วกหน่อยเถอะ อิจฉา!

ส่วนตัวเอ็มวีนั้น บอกตามตรง ไม่มีอะไรมากนอกจากนักร้องหนึ่งคนบ้าง
สองคนบ้าง จากนั้นก็ใช้กราฟฟิกช่วยซ้อนแบกกราวน์เป็นสถานที่สำคัญ
ที่สุดแสนจะนิวยอร์คจ๋าตามประสามหานครบิ๊กแอปเปิ้ล ภาพก็จะเป็นพวก
สิ่งต่าง ๆ นา ๆ ที่วิ่งเร็วซะเหลือเกิน แต่ปล่อยให้แม่สาวยืนร้องเพลงเนิบ ๆ
ช้า ๆ ซะงั้น เป็นการเล่นกับภาพที่แปลกตาดีไปอีกแบบ เพราะทั้งเนื้อเพลง
และจังหวะต่างทำให้ภาพควรจะเนิบช้า แต่พอเอามารวมกับภาพที่ไหว ๆ ไว ๆ
มันกลับทำให้เอ็มวีนี้เจ๋งชะมัด…

แต่ความน่าเบื่อก็เข้าครอบงำจิตใจในช่วงหลังจากท่อนฮุกแรก
เพราะแม่สาวเจ้าทั้งห้าต่างยังคงร้องเนิบบนถนนไหว ๆ กันต่อไป
โดยไม่แค่สายตาคนดูเลยว่า ไม่คิดจะมีจุดไคลแมกซ์เลยเหรอฟร่ะ
แต่ทันใดนั้นเอง ก็ปรากฏชายหญิงน่าจะสองคู่ มาโรแมนติกกัน…
แต่ขอโทษทีเถอะ โลเคชั่นเดิมเปี๊ยบ แล้วจะมีทำไมเนี่ย
หรือว่ามันคือซิมโบลิกของเอ็มวี หรือว่ามันคืออะไรกันนะ แม่จ้าวตอบด่วน

เอ็มวียังคงต้องให้เราตั้งคำถามกับตัวเองต่อไปว่า
เอ็มวีที่ปล่อยเนิบไปเรื่อย ๆ ไม่มีอะไร
แต่มันกลับทำให้เพลงเพราะขึ้นได้สามเท่าจริงหรือ?
เพลงนี้ดังมากนะครับ แถมตัวเอ็มวียังเป็นภาพจำในใจ
ของนักดูเอ็มวีหลาย ๆ คนด้วย ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องภาพนี่แหละครับ

บางทีในเอ็มวีที่มันไม่น่าจะมีอะไรเลยสักนิด
คนทำเค้าก็คงอยากจะใส่อะไรสักนิดเข้าไปบ้าง
…สักนิดนึงก็ยังดี



YOUTUBES: Help Me; Nick Carter, 2006
August 4, 2008, 2:57 am
Filed under: YOUTUBES

YOUTUBES:
– Song: Help Me
– Artist: Nick Carter
– Year: 2006
ก็แค่เอ็มวีเฉย ๆ ไม่มีอะไรเลยสักนิด

หมวดล่าสุดของการพรีวิวครับผม
เราจะมาพรีวิวทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากยูทูปกัน

เพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรกสุดของอัลบั้มแรกสุดของ Nick Carter
เค้าคือหนึ่งในสมาชิกของวงบอยแบนด์โครตจะชื่อดัง
นามว่า Backstreet Boy หล่อกันทั้งตำบล ฮ่า ๆ

เพลงนี้เนื้อหาพูดง่าย ๆ กับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ
เพราะดันไปตกหลุมรักสาวเจ้าซะงั้น เลยอยากให้ใครมาช่วยดามหัวใจที
ประมาณเพลง ช่วยมา ช่วยมาจีบชั้นที นั่นเอง (ในกรณีที่กระผมไม่ได้แปลผิดนะ!)

สำหรับใครหลาย ๆ คน เพลงนี้ก็แค่เพลงป๊อบบ้าน ๆ ธรรมดา
ร้องตามได้ค่อนข้างง่าย ติดหูได้พอประมาณ ฟังแล้วก็โอเคนะ อืมมชอบ จบ
แต่สำหรับผมแล้ว เพลงนี้เล่นเอาผมคลั่งนิคคาร์เตอร์ไปนานหลายเดือน
ถึงขั้นเสาะหาเทปคาสเซตท์ของเค้า อัลบั้ม Now or Never
ที่มีเพลงเจ๋ง ๆ อีกหลายเพลง เช่น Do I Have To Cry For You,
I Got You เป็นต้น ฟังเพลินทั้งอัลบั้ม ร้องตามได้เกือบทุกเพลง

พูดถึงเสียงร้องบ้าง ผมว่านิคเป็นคนที่ทำให้แบ๊คสตรีทบอยอยู่ได้
พลังเสียงของเค้าเท่ห์ชะมัดเลยสิพับผ่า เสียงแหบ ๆ แต่เท่ห์ว่ะ
ยิ่งท่อน I… I gotta know. I gotta know oh ohhh…
อืมมม พลังเสียงเค้าเจ๋งกว่าเอเอฟเป็นไหน ๆ (ฮา)

มาดูที่ตัวเอ็มวีบ้าง ความจริงมันก็แค่เอ็มวีทั่ว ๆ ไป
ที่โชว์เท่ห์นักร้องไปเรื่อย สูตรเด็ดของเพลงพวกนี้
ต้องมีพวกห้องอัด และต้องมีช๊อตกรูแต่งเพลงเป็นนะเฟร้ย

แต่ที่ผมชอบเอามาก ๆ คงเป็นที่กรอบภาพนี่แหละ เดี๋ยวสี่กรอบ
หกกรอบ สองกรอบ และอีกมากมายหลายล้านกรอบก็ยังมี
มันทำให้เอ็มวีที่ดูธรรมด๊าธรรมดาดูมีมิติขึ้นมาซะงั้น

ลองดูเอ็มวีนี้แบบเรื่อย ๆ นะครับ แนะนำว่าให้ดูเมื่อตอนที่คุณคิดว่า
เวลาของคุณนั้น ขอเรื่อยเปื่อยสักสี่ถึงห้านาทีเถอะน่า
ผลที่ตามมาก็คือ คุณจะเริ่มอยากฮัมเพลงนี้ คุณจะดูซ้ำ
และอีกมากมายหลายสิ่งก็ว่ากันไป

แต่ถ้าหากคุณไม่เป็นเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร
เพราะเอ็มวีนี้ มันก็แค่เอ็มวีฆ่าเวลาแบบเท่ห์ ๆ เอ็มวีหนึ่งเท่านั้นเอง